รีวิวแก้จมูกแดนกิมจิจ้า

อันยองจ้าก่อนอื่นเลยจะบอกว่าเฟิร์นทำจมูกมาแล้วครั้งนึงแล้วก็แก้มาแล้วครั้งนึงด้วยค่ะทั้งสองอย่างนี้ทำที่คลินิกที่ไทยทั้งสองเลยค่ะ ทำมาได้ประมาณ 3 ปีแล้วรู้สึกว่ามันไม่โอเคค่ะคือเคสแรกที่ไปทำมาได้ปีกว่ามันสั้นไปอะค่ะคือจมูกเรามันยาวกว่าซิลิโคนที่เค้าใส่ไปเหมือนมันหดเลยค่ะเพราะตอนแรกๆที่ทำมาก็ปกติดีแต่พอผ่านไปสักพักเริ่มมีคนทักแล้วว่าเหมือนมันหักจริงๆเราไม่รู้ตัวด้วยซ้ำเพราะเราอยู่กับมันเห็นมันทุกวันแล้วพอมันเปลี่ยนไปเราไม่รู้เลยต้องให้คนที่นานๆเห็นเราทีมาทักถึงจะรู้ จ่ายไปก็เยอะพอสมคสรนะคะราคาราวๆ 12000 บาทสรุปก็คือต้องไปแก้ใหม่ที่คลินิกนึงแถวลาดพร้าวพอแก้ไปก็รู้สึกอุ่นใจว่าคงโอเคแล้วไม่ต้องแก้แล้วนะ แต่สุดท้ายก็มีปัญหาอีกจนได้ มันเบี้ยวค่ะคราวนี้ มีเรื่องต้องเสียทรัพย์อีกจนได้ทีนี้ก็มาคิดหนักๆเลยก่อนจะแก้ จะหาที่ที่มันดีๆแล้วไม่ต้องแก้อีกแล้วจะมีไหมนะ และบอกเลยว่าการแก้จมูกราคามันแรงมากเลยนะคะแพงกว่าราคาเสริมจมูกอีกแหนะ สุดท้ายก็เลยไปขอคำปรึกษาจากรุ่นพี่แล้วก็เพื่อนว่าจะทำที่ไหนดีทำยังไงดี สรุปแล้วเสียงส่วนมากแนะนำให้ไปแก้ที่เกาหลีเลยค่ะมีคุณหมอที่มีความชำนาญด้านการแก้จมูกเยอะแล้วก็มีคุณภาพด้วย เราตัดสินใจบินไปเกาหลีเพื่อสิ่งนี้โดยเฉพาะเลยค่ะ จองห้องพักอยู่อาทิตย์นึงกะจะรอตัดไหมด้วยเลยค่ะ ระหว่างนั่นก็นั่งนอนเที่ยวเล่นที่นั่นไปก่อน พกเพื่อนไปด้วยคนนึงค่ะช่ำชองเรื่องเกาหลีทั้งภาษาและสถานที่อุ่นใจมากเมื่อไปกับมัน เวลาจะไปเกาหลีต้องพกเพื่อนคนนี้ไปด้วยทุกที พอไปถึงปุ๊บไปสนใจใดๆเลยเดินเข้าไปโรงพยาบาลศัลยกรรมทันทีสรุปคือต้องจองคิวก่อนค่ะ เวรกรรมแท้ ก็เลยลองดูคิวที่เร็วที่สุดคืออีกสามวัน สรุปที่จะรอตัดไหมก็จบสิ้น เพื่อนก็ถามว่าจะรอไหมเพิ่มอีกสามวันเองไอ่เราก็ชอบคล้อยตามด้วยก็เลยเอาว่ะไหนๆก็มาละ ตั้งใจไว้ละ ก็เลยขอจองห้องพักเพิ่มอีกสามวัน ยังดีที่ช่วงนั้นไม่ใช่ช่วงไฮซีซั่นห้องพักเลยไม่มีปัญหาเรื่องห้องเต็ม จากนั้นก็เตรียมตัวรออีกสามวันอยากจะจิบโซจูแต่ก็ต้องห้ามใจไว้ เพื่อนก็กระดกเอาๆไม่เกรงใจกันเลย ไปซื้อหมอนรองคอแผ่นประคบร้อนสำลีต่างๆมารอไว้เลย ไม่ค่อยจะเห่อหร๊อก พอถึงวันนัดก็รีบไปอย่างรวดเร็วไม่ลืมเพื่อนไปด้วยเอาไว้เป็นล่าม เสร็จปุ๊บเดินเข้าไปทำเรื่องๆต่างๆแล้วก็เข้าพบคุณหมอสุดหล่อ หล่อจริงๆค่ะ รู้สึกได้เลยว่าจมูกจะต้องปังแน่รอบนี้มาขนาดนี้แล้วก็เล่าให้หมอฟังทั้งหมดตั้งแต่ต้นเลย แอบสงสารเพื่อนเพราะประวัติค่อนข้างยาว ก็พูดจนจบคุณหมอก็เข้าใจแถมยังให้กำลังใจเราด้วย แถมเรียกชื่อเล่นเราด้วยนะ ชัดแจ๋วเลย คิดว่าคนไทยซะอีก จากนั้นเค้าก็อธิบายขั้นตอนต่างๆแล้วคุณภาพซิลิโคนของเค้าและแถมยังรับประกันอีกด้วยว่ามันจะไม่เกิดปัญหาเหมือนกับที่ผ่านๆมา รู้สึกชื้นใจขึ้นมาเยอะเลยค่ะคิดในใจว่าคิดไม่ผิดเลยจริงๆที่เลือกมา จากนั้นก็เข้าห้องผ่าตัดค่ะคุณหมอใช้ยาสลบให้ รู้ตัวอีกทีเค้าปลุกเราแล้วบอกว่าเสร็จแล้วผ่านไปไวมากเหมือนแค่แปปเดียวเองอ่ะ เหมือนเราหลับยังไม่ทันฝันจบเรื่อง ตอนทำเสร็จใหม่ๆเค้าก็บอกรายละเอียดให้หมดเลยว่าหมอทำให้มันสูงขึ้นหน่อยนะจะได้เข้ากับหน้าขึ้น เสร็จปุ๊บบอกลาหมอ แล้วไปชำระเงินนัดอีกทีหนึ่งอาทิตย์ โอเคค่ะเราก็จองตั๋วเครื่องบินขากลับแล้วเสร็จแล้วก็พักฟื้นอยู่รอจนกว่าจะไปตัดไหม สรุปรีวิวแก้จมูกครั้งนี้คือประทับใจสุดๆ(thailandclinics.com) ถ้าใครมีปัญหาเหมือนเราแล้วไม่รู้จะทำยังไงลองไปดูได้ค่ะ แต่ต้องใช้ค่าใช้จ่ายเยอะหน่อยทั้งตั๋วเครื่องบินและที่พัก ของเราการแก้รอบสุดท้ายนี่หมดไปเป็นแสนเลยแต่ก็แลกกับความสบายใจอะเนอะ แต่จริงๆเราไม่ต้องอยู่รอตัดไหมก็ได้นะคะ กลับมาตัดที่บ้านได้ค่ะ ช่วยประหยัดค่าที่พักไป ส่วนเรื่องการบวมก็มีบวมเป็นเรื่องปกติค่ะแต่บวมไม่มาก มีเขียวๆตรงหัวตานิดนึงประมาณสองอาทิตย์ก็ทุเลาลงแล้ว ตอนไปตัดไหมสัมผัสได้เลยว่าหมอมือเบามากนุ่มด้วย มีความละเอียดสูง ตอนนี้ทำมาได้สามเดือนเองค่ะ รอดูต่อไปว่าจะมีปัญหาอะไรไหมแต่เราว่าน่าจะไม่มีนะ ส่วนเรื่องจมูกรอบนี้หน้าหวานมากค่ะชอบมากไม่เหมือนรอบที่ผ่านๆมา รอบนี้ดูเข้ากับหน้ามากกว่าค่ะ ให้ลุคเป็นสาวเกาหลีเลย จบการรีวิวจมูกเพียงเท่านี้ค่ะ ขอความงามจงสถิตอยู่กับทุกท่าน